• สึนามิจากดินถล่ม

    คลื่นยักษ์สึนามิเป็นคลื่นที่เกิดจากการกระทบของแผ่นหินหรือแผ่นเปลือกโลกที่เกิดการดีดตัวขึ้นกลายเป็นแผ่นดินไหว สึนามิมักเกิดจากแผ่นดินไหวใต้ทะเลก่อให้เกิดการกระตุ้นมวลน้ำมหาศาลอย่างรวดเร็วและเดินทางด้วยความเร็วถึง 400 ไมล์/ชั่วโมง สึนามิไม่จำเป็นต้องเกิดจากแผ่นดินไหวเสมอไป สึนามิอาจเกิดจากรูปแบบอื่นๆ เช่น ภูเขาไฟระเบิดใต้น้ำอย่างรุนแรง, การตกของแผ่นหินขนาดใหญ่ หรืออุกกาบาตพุ่งชน นอกจากนี้สึนามินั้นไม่ได้เกิดเฉพาะในทะเลเท่านั้น หากตามทะเลสาบใหญ่หรืออ่าวแคบก็สามารถเกิดขึ้นได้ สึนามิจากเหตุดินถล่มนั้นมีความรุนแรงมาก ดินถล่มเกิดได้หลายปัจจัยไม่ว่าแผ่นดินไหวใกล้กับภูเขาก่อเกิดดินถล่มได้ ดินถล่มนั้นหากมีหมู่บ้านใกล้พื้นที่ดังกล่าวถือว่าเป็นอันตรายมาก ในอดีตเคยเกิดสึนามิจากดินถล่มมาแล้ว หากดินถล่มเหนือพื้นที่ทะเลสาบหรืออ่าวแคบ จะก่อให้เกิดการย้ายมวลน้ำอย่างมหาศาลและรวดเร็ว อย่างเช่น คลื่นสึนามิเหนือเขื่อนวาจอง ในอิตาลีเมื่อปี 1963 เกิดแผ่นดินความ 2 กิโลเมตรเทลงอ่างเหนือเขื่อนก่อเกิดน้ำล้นเขื่อนลงมาท่วมหมู่บ้านต่างๆ ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 2 พันราย และคลื่นสึนามิที่ไกลแองเกอร์ ประเทศนอร์เวย์ เกิดจากแผ่นหินขนาดใหญ่ถล่มลงมาเหนืออ่าวฟยอร์ด เกิดคลื่นสูงกว่า 80 เมตรเข้าถล่มเมืองในปี 1935 และคลื่นสึนามิที่อ่าวลิทุย่าในแอลาสก้า เกิดจากแผ่นดินไหวรุนแรงและเกิดแผ่นดินถล่มลงมาเกิดการย้ายมวลน้ำสูงถึง 500 เมตรซัดถล่มรอบอ่าวแต่โชคดีที่บริเวณนั้นไม่มีผู้คนอาศัยอยู่และเป็นอ่าวปิดที่ไม่ใช่ทะเลกว้าง

  • การใช้ประโยชน์จากทอร์นาโด

    พายุทอร์นาโดที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ได้แก่ กลุ่มทอร์นาโด ที่เกิดขึ้นหลายที่พร้อมๆ กันในรัฐ อิลลินอยส์ และอินเดียน่า และสร้างความเสียหายถึงกว่า 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปัจจุบันยังไม่มีเครื่องมือ หรือเรดาห์ที่สามารถแจ้งเตือนล่วงหน้าเกี่ยวกับพายุได้ จะมีก็เพียงการตรวจวัดข้อมูล อุณหภูมิ ความชื้นและค่าเสถียรภาพของบรรยากาศ แล้วประเมินเป็นความเสี่ยงที่อาจเกิดทอร์นาโดในพื้นที่ได้ จากนั้นจะรายงานการเฝ้าระวังเกี่ยวกับทอร์นาโดได้ภายในประมาณ 20 นาทีตั้งแต่ทอร์นาโดเริ่มก่อตัว จนม้วนตัวลงมาแตะพื้นดิน พายุทอร์นาโดนั้นเรียกได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่ให้ผลกระทบเชิงลบ และยากที่จะให้ความรู้สึกในเชิงบวก เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความเสียหาย หากแต่บริษัทเทคโนโลยีพลังงาน AVEtech กลับไม่คิดเช่นนั้น เมื่อทางบริษัทได้คิดค้นอุปกรณ์ที่จะเปลี่ยนพลังงานหายนะเป็นพลังงานที่มีประโยชน์ได้  Atmospheric Vortex Engine (AVE) เป็นชื่ออุปกรณ์แปลงพลังงานของบริษัท ซึ่งอยู่ในระหว่างการพัฒนาเพื่อการเก็บเกี่ยวพลังงานจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ โดยตัวอุปกรณ์จะก่อให้เกิดกระแสลมวน และมีการควบคุมด้วยการอัดอากาศร้อนหรือชื้นลงไปในโครงสร้างวงกลม ทางบริษัทได้ประมาณการค่าใช้จ่ายสำหรับการสร้างพลังงานจากพายุทอนาโดอยู่ที่ 3 เซนต์ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งหากเปรียบเทียบกับพลังงานลมที่มีค่าใช้จ่ายประมาณ 5 เซ็นต์ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง ตามข้อมูลของสมาคมพลังงานลมอเมริกัน พลังงานจากทอร์นาโด

  • พายุทอร์นาโด

    ในบรรดาพายุร้ายแล้วพายุทอร์นาโดเป็นพายุที่ร้ายแรงชนิดหนึ่งเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วจะทำลายเคหสถานบ้านช่อง ตึก สะพาน ต้นไม้ เรือ และแม้กระทั่งรถไฟให้พินาศเสียหายได้  ชีวิตของคนจำนวนหมื่นและทรัพย์สินจำนวนล้าน เคยถูกพายุระหน่ำทำลายมาแล้วมากต่อมาก พายุร้ายนี้เกิดขึ้นเป็นประจำในบริเวณลุ่มแม่น้ำมิสซิสซิปปี้ ทวีปอเมริกาเหนือ และฝั่งตะวันออกของทวีปอเมริกาเหนือด้านมหาสมุทรอัตลันติค คำว่า ทอร์นาโด เป็นคำเสปญ แปลว่า หมุนเป็นเกลียว เพราะพายุนี้เป็นพายุหมุนมีเส้นผ่าศูนย์กลางของการหมุนแคบๆ แต่มีอัตราเร็วของการหมุนถึงชั่วโมงละ 300-500 ไมล์ ความเร็วของการหมุนนี้ถ้าผ่านไปในมหาสมุทรหรือลำแม่น้ำจะหอบเอาน้ำขึ้นเป็นลำไปในอากาศเกิดคลื่นลมร้ายแรงสามารถยกเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ขึ้นไปติดอยู่บนฝั่งลึกเข้าไปได้เป็นไมล์ๆ ถ้าผ่านไปบนบกก็จะทำลายสิ่งกีดขวางทางเดินแหลกลาญไปตลอดระยะ ทางการเคลื่อนที่ของพายุนี้มีอัตราความเร็วราว 50  ไมล์ ถึง 100 ไมล์ต่อชั่วโมง สาเหตุที่ทำให้เกิดพายุทอร์นาโดนี้เนื่องมาจากการเกิดกลุ่มของอากาศที่เย็นกว่าลอยผ่านเข้าไปใต้กลุ่มของอากาศที่อบอุ่นกว่า จึงทำให้เกิดการถ่ายเทอากาศหมุนเวียนกันขึ้นในเขตจำกัดและเป็นไปได้โดยรวดเร็ว ใกล้ๆ จุดศูนย์กลางจะมีกระแสลมหมุนเร็วที่สุดจนทำให้เกิดลำอากาศเป็นเกลียวตั้งสูงขึ้นไปในท้องฟ้า ถัดออกมาทางขอบนอกอัตราเร็วของการหมุนค่อยๆ ช้าลง แต่อย่างไรก็ตามที่ขอบนอกของมันก็มีความแรงพอที่จะพัดเอาบ้านทั้งหลังให้พังไปได้อย่างง่ายดาย ลมหมุนประเภทนี้ถ้าเกิดในเขตทะเลจีนทางด้านเอเซียตะวันออก เรียกว่า ลมใต้ฝุ่น นับเป็นภัยธรรมชาติที่น่ากลัวมากอย่างหนึ่ง

  • ซุปเปอร์ไต้ฝุ่น เมอรันตี

    ซุปเปอร์ไต้ฝุ่น เมอรันตี จ่อถล่มไต้หวัน และจีน ด้วยความเร็วลมสูงกว่า 370 กม./ชม. จนถูกยกให้เป็นพายุกำลังแรงสุดบนโลกในปีนี้ และแรงสุดเป็นประวัติการณ์ในไต้หวัน ขณะที่ทางการไต้หวันอพยพประชาชนกว่าพันคน ทางภาคใต้ปราการด่านแรกที่พายุขึ้นฝั่งเมื่อ 14 ก.ย. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ชาวไต้หวันและจีน เตรียมเผชิญหน้ากับพายุไต้ฝุ่นกำลังแรงสุดในรอบ 50 ปี ซุปเปอร์ไต้ฝุ่น เมอรันตี ที่เคลื่อนตัวด้วยความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางพายุสูงถึง 370 กม./ชม. มุ่งหน้าถล่มไต้หวัน จนนับเป็นพายุรุนแรงที่สุดที่เกิดขึ้นบนโลกในปีนี้ โดยสำนักอุตุนิยมวิทยาของไต้หวัน คาดว่า ซุปเปอร์ไต้ฝุ่น เมอรันตี จะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งทางภาคใต้ของไต้หวัน ในวันพุธที่  14 ก.ย.นี้ ก่อนจะมุ่งหน้าสู่จีน แผ่นดินใหญ่ต่อไปทิศทางการเคลื่อนตัวของซุปเปอร์ไต้ฝุ่น เมอรันตี มุ่งหน้าถล่มภาคใต้ไต้หวัน ความรุนแรงของซุปเปอร์ไต้ฝุ่น เมอรันตี ได้ถูกยกให้เป็น ‘พายุอสูรร้าย’ เพราะถือเป็นพายุที่มีกำลังแรงที่สุด ต่อจากซุปเปอร์ไต้ฝุ่น ไห่เยี่ยน ที่ถล่มฟิลิปปินส์ เมื่อปี 2556 คร่าชีวิตผู้คนกว่า 6,000 ราย อีกทั้งยังเป็นพายุที่ถล่มไต้หวันที่มีกำลังแรงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า

    [ … ]

  • ซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน

    ซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน มีขนาดถึง 800 กิโลเมตร ซึ่งมากกว่าเส้นผ่านศูนย์กลางของประเทศไทยแค่เพียง 50 กิโลเมตรเท่านั้น จึงทำให้มันกลายเป็นไต้ฝุ่น ที่มีภาพถ่ายทางดาวเทียมชัดเจนที่สุด และมีขนาดใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์โลกเรื่องน่าทึ่งของซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนยังไม่หมดแค่นี้ เมื่อนักอุตุนิยมวิทยาทั้งหลาย เริ่มออกมาแสดงความเป็นห่วงว่า ขณะที่มันเคลื่อนตัวผ่านทะเลจีนใต้ ก่อนจะขึ้นฝึ่งที่ประเทศเวียดนามภายในเช้าวันพรุ่งนี้ มันอาจทวีความรุนแรงมากขึ้นอีก และความเร็วลมอาจแตะระดับสูงสุดถึง 380 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้ ทำให้หลายคนเริ่มสงสัยว่า เหตุใด จึงเกิดซูเปอร์ไต้ฝุ่น ที่มีความรุนแรงมากถึงเพียงนี้ เบื้องต้นนักอุตุนิยมวิทยาให้ข้อมูลว่า ซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน เกิดในสถานที่และช่วงเวลาที่ทุกอย่างเป็นใจ เช่น เส้นทางที่มันพาดผ่านนั้น ไม่มีภูเขาหรือแผ่นดินขนาดใหญ่ตั้งอยู่ จะมีก็แค่เพียงเกาะขนาดเล็ก-ใหญ่ ที่ตั้งเรียงรายอยู่ทางตอนกลางและใต้ของฟิลิปปินส์เท่านั้น ทำให้พายุลูกนี้ ทวีกำลังแรงมากขึ้นเรื่อยๆหลังการก่อตัว  ปัจจัยที่ 2 ที่สำคัญไม่แพ้กัน ก็คือ อุณหภูมิของน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิก ที่เพิ่มขึ้นถึง 30 องศาเซลเซียส ซึ่งอุณหภูมิดังกล่าวไม่เพียงทำให้พื้นผิวของมหาสุมทรร้อนขึ้นเท่านั้น แต่น้ำที่อยู่ลึกลงไปก็ยังร้อนขึ้นตามไปด้วย ประกอบกับกระแสลมแรงที่พัดมาปะทะ ทำให้การเกิดซูเปอร์ไต้ฝุ่นในช่วงนี้ เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นกว่าเดิม ปัจจัยสำคัญข้อสุดท้ายก็คือภาวะโลกร้อน ที่ได้ส่งผลให้การเกิดพายุไต้ฝุ่น มีความรุนแรง และเกิดขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันมากขึ้น โดยพายุลูกนี้ ถือเป็นลูกที่ 25 ที่พัดถล่มฟิลิปปินส์ในปีนี้ จากเดิมที่ฟิลิปปินส์

    [ … ]

  • สึนามิที่ส่งผลกระทบกับไทย

    หลังจากมีแผ่นดินไหวในมหาสมุทรอินเดียส่งผลทำให้เกิดคลื่นสึนามิทำให้ประเทศที่อยู่ชายฝั่งติดกันทะเลในแถบมหาสมุทรอินเดียได้รับผลกระทบครั้งนั้นไทยก็ได้รับผลกระทบเพราะภาคใต้ฝั่งอันดามันของเราติดกับมหาสมุทรอินเดียโดยตรงไม่มีเกาะไหนขวางทางความเสียหายครั้งนั้นทำให้ประเทศไทยถือเป็นบทเรื่องศึกษาและเพิ่มการป้องกันคลื่นชนิดนี้มากขึ้นความเสียหายครั้งนั้น  มีจำนวนผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และผู้สูญหาย ในประเทศไทย มีจำนวนทั้งหมด 5,309 คน ผู้สูญหายจำนวนทั้งหมด 3,370 คน ต่อมาได้มีการรับแจ้งจากญาติพี่น้องของผู้ประสบภัยภายหลังการเกิดเหตุ จำนวนดังกล่าวนี้ลดลงเพราะได้พบผู้ที่รับแจ้งว่าสูญหายบางคนแล้ว นอกจากนี้ยังมีการค้นพบศพผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น รวมทั้งมีการตรวจสอบเอกลักษณ์ของศพที่เก็บรักษาไว้เพื่อให้ทราบว่าเป็นผู้ใด ในรายงานของกระทรวงมหาดไทยที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2548 เหตุการณ์ในครั้งนี้ยังทำให้ คุณพุ่ม เจนเซน พระราชนัดดาใน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระโอรสใน ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ถึงแก่อนิจกรรมด้วย นอกจากมีผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และผู้สูญหายเป็นจำนวนมากแล้ว ยังมีความเสียหายในด้านทรัพย์สิน ได้แก่ บ้านเรือนของราษฎร โรงแรม บังกะโล เกสต์เฮาส์ ร้านค้า ร้านอาหาร ทรัพย์สินส่วนตัวของนักท่องเที่ยว ยานพาหนะ ตลอดจนระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ อาทิ ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ถนน เป็นมูลค่ากว่าพันล้านบาทผลกระทบด้านเศรษฐกิจได้รับผลแน่ๆเพราะชายฝั่งทะเลอันดามันทางภาคใต้ของเราเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแหล่งต้นๆของประเทศสามารถทำเงินเข้าประเทศปีละหลายหมื่นล้านต่อปี  

  • สัญญาณการเกิดหรือความผิดปกติของทะเลเวลาเกิดสึนามิ

    คลื่นสึนามิต่างจากลื่นทะเลทั่วไปที่คลื่นทะเลจะเห็นเป็นคลื่นเข้าฝั่งก่อนที่น้ำทะเลจะลดลงแต่คลื่นสึนามิเป็นคลื่นใต้น้ำก่อนที่จะมาถึงฝั่ง  ระดับน้ำทะเลจะลดลงและทำให้ขอบทะเลร่นถอยออกจากชายฝั่ง ถ้าชายฝั่งนั้นมีความลาดชันน้อย ระยะการร่นถอยนี้อาจมากถึง 800 เมตร ผู้ที่ไม่ทราบถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นอาจยังคงรออยู่ที่ชายฝั่งด้วยความสนใจ นอกจากนี้บริเวณที่ต่ำ อาจเกิดน้ำท่วมได้ก่อนที่ยอดคลื่นจะเข้าปะทะฝั่ง น้ำที่ท่วมนี้อาจลดลงได้ก่อนที่ยอดคลื่นถัดไปจะเคลื่อนที่ตามเข้ามา ดังนั้นการทราบข้อมูลเกี่ยวกับคลื่นสึนามิจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้ตระหนักถึงอันตราย ตัวอย่างเช่น ในกรณีที่ระดับน้ำในครั้งแรกลดลงไปนั้น อาจมีคลื่นลูกใหญ่ตามมาอีกได้แม้การป้องกันไม่ให้คลื่นสึนามิเกิดขึ้นจะยังทำไม่ได้ ในบางประเทศได้มีการสร้างเครื่องป้องกันและลดความเสียหายในกรณีที่คลื่นสึนามิจะเข้ากระทบฝั่ง ยกตัวอย่างเช่น ประเทศญี่ปุ่นได้มีการสร้างกำแพงป้องกันสึนามิที่มีความสูงกว่า 4.5 เมตร ด้านหน้าของชายฝั่งบริเวณที่มีประชากรหนาแน่น บางที่ได้มีการสร้างกำแพงกันน้ำท่วมและทางระบายน้ำเพื่อปรับเปลี่ยนทิศทางของคลื่น และลดแรงกระแทกของคลื่น ถึงแม้ว่า ในกรณีของคลื่นสึนามิที่เข้ากระทบเกาะฮอกไกโดที่มักมีความสูงมากกว่าเครื่องกีดขวางที่ได้สร้างขึ้น กำแพงเหล่านี้อาจช่วยลดความเร็วหรือความสูงของคลื่นแต่ไม่สามารถที่จะป้องกันการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินได้

  • สาเหตุการเกิด

    คลื่นสึนามิเกิดขึ้นจากการกระทบกระเทือนที่ทำให้น้ำปริมาณมากเกิดการเคลื่อนตัวเหมือนกับเราโยนก้อนหินลงขันน้ำแล้วเกิดคลื่นแต่สึนามิจะเปรียบขันเป็นโลก เช่น แผ่นดินไหว แผ่นดินถล่ม หรืออุกกาบาตพุ่งชน คลื่นจะมีพฤติกรรมเป็น คลื่นน้ำตื้น เมื่ออัตราส่วนระหว่างความลึกของน้ำและขนาดของคลื่นนั้นมีค่าต่ำ ดังนั้น เนื่องจากมีขนาดของคลื่นที่สูงมาก คลื่นสึนามิจึงมีคุณสมบัติเป็นคลื่นน้ำตื้นแม้อยู่ในทะเลลึกก็ตาม คลื่นน้ำตื้นนั้นมีความเร็วเท่ากับรากที่สองของผลคูณระหว่างความเร่งจากสนามแรงโน้มถ่วง และความลึกของน้ำ ตัวอย่างเช่น ในมหาสมุทรแปซิฟิกที่มีความลึกประมาณ 4,000 เมตร คลื่นจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วประมาณ 200 เมตรต่อวินาที หรือ 720 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนที่ชายฝั่งที่มีความลึก 40 เมตร คลื่นจะมีความเร็วช้าลงเหลือ 20 เมตรต่อวินาที หรือ 72 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อแผ่นดินใต้ทะเลเกิดการเปลี่ยนรูปร่างอย่างกะทันหัน จะทำให้น้ำทะเลเกิดเคลื่อนตัวเพื่อปรับระดับให้เข้าสู่จุดสมดุลและจะก่อให้เกิดคลื่นสึนามิ การเปลี่ยนรูปร่างของพื้นทะเลมักเกิดขึ้นเมื่อเกิดแผ่นดินไหวเนื่องจากการขยับตัวของเปลือกโลก ซึ่งจะเกิดบริเวณที่ขอบของเปลือกโลกหลายแผ่นเชื่อมต่อกันที่เรียกว่า รอยเลื่อน  เช่น บริเวณขอบของมหาสมุทรแปซิฟิก นอกจากแผ่นดินไหวแล้ว ดินถล่มใต้น้ำที่มักเกิดร่วมกับแผ่นดินไหวสามารถทำให้เกิดคลื่นสึนามิได้เช่นกัน นอกจากการกระทบกระเทือนที่เกิดใต้น้ำแล้ว การที่พื้นดินขนาดใหญ่ถล่มลงทะเล หรือการตกกระทบพื้นน้ำของวัตถุ ก็สามารถทำให้เกิดคลื่นได้ คลื่นสึนามิที่เกิดในรูปแบบนี้จะลดขนาดลงอย่างรวดเร็วและไม่มีผลกระทบต่อชายฝั่งที่อยู่ห่างไกลมากนัก อย่างไรก็ตาม ถ้าแผ่นดินมีขนาดใหญ่มากพอ อาจทำให้เกิด เมกะสึนามิ ซึ่งอาจมีความสูงร่วมร้อยเมตรได้

  • ลักษณะของคลื่น

    คลื่นสึนามิสามารถเดินทางได้เป็นระยะทางไกลโดยไม่สูญเสียพลังงานและสามารถทำลายชายฝั่งที่อยู่ห่างไกลจากจุดกำเนิดได้หรืออาจจะอยู่ตรงข้ามมหาสมุทรก็อาจได้รับผล โดยทั่วไปแล้วคลื่นสึนามิเป็นคลื่นน้ำจะเดินทางได้ช้ากว่าการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวที่เป็นคลื่นที่เดินทางในพื้นดิน ดังนั้น คลื่นจะเข้ากระทบฝั่งภายหลังจากการรู้สึกของแผ่นดินไหวเป็นเวลาหลายชั่วโมง ต่างจากคลื่นน้ำธรรมดาที่เห็นทั่วไปในทะเลที่เกิดขึ้นและความรุนแรงก็ค่อยๆลดลงตามระยะทางพอมาถึงฝั่งก็กลายเป็นคลื่นเล็กๆที่เห็นกันตามทะเล คลื่นสึนามิจะเคลื่อนตัวออกจากจุดกำเนิดเป็นวงกลมและขยายไปเรื่อยๆดังนั้นหาก มีเกาะหรือแผ่นดินบังไว้ชายฝั่งนั้นก็จะไม่ได้รับผลจากคลื่นสึนามิ อย่างไรก็ตาม ยังมีโอกาสที่คลื่นจะสามารถเลี้ยวเบนไปกระทบได้ ความรุนแรงของคลื่นสึนามิแต่ละทิศทางหรือแต่ละครั้งจะมีความแรงไปเท่ากันโดยความแรงจะขึ้นอยู่กับครั้งที่เกิดและภูมิประเทศแถบนั้น โดยทั่วไปคลื่นจะมีคุณสมบัติสำคัญที่วัดได้อยู่สองประการคือ  คาบ ซึ่งจะเป็นเวลาระหว่างลูกคลื่นสองลูก และ ความยาวคลื่น ซึ่งเป็นระยะห่างระหว่างลูกคลื่นสองลูก ในทะเลเปิดคลื่นสึนามิมีคาบที่นานมาก โดยเริ่มจากไม่กี่นาทีไปจนเป็นชั่วโมง ในขณะเดียวกันก็มีความยาวคลื่นที่ยาวมาก โดยอาจยาวถึงหลายร้อยกิโลเมตร ในขณะที่คลื่นทั่วไปที่เกิดจาก ลมที่ชายฝั่งนั้นมีคาบประมาณ 10 วินาที และมีความยาวคลื่นประมาณ 150 เมตรเท่านั้น ความสูงของคลื่นในทะเลเปิดมักน้อยกว่าหนึ่งเมตร ซึ่งทำให้ไม่เป็นที่สังเกตของผู้คนบนเรือ คลื่นสึนามิจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วตั้งแต่ 500 ถึง 1,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่ชายฝั่งที่มีความลึกลดลง คลื่นจะมีความเร็วลดลงและเริ่มก่อตัวเป็นคลื่นสูง โดยอาจมีความสูงมากกว่า 30 เมตร  

  • ประวัติเกี่ยวกับการเกิดสึนามิ

      โลกกของเราเป็นดาวดวงหนึ่งในระบบสุริยะที่ค่อยหมุนรอบดวงอาทิตย์โลกเราจึงเป็นวงกลมและเพื่อรักษาสมดุลไว้แผ่นดินจึงมีการเคลื่อนตัวอยู่เป็นระยะๆทำให้เกิดเป็นแผ่นดินไหวหากเกิดขึ้นทีเปลือกโลกที่เป็นพื้นดินผลของมันก็อาจเป็นแค่แผ่นดินไหวทั่วไปตามแรงสั่นสะเทือนหากเกิดในท้องทะเลหรือมหาสมุทรใหญ่ๆก็จะกลายเป็นคลื่นสึนามิที่มีระยะการทำลายไกลออกไป มีข้อมูลเก่าแก่มากมายหลายอย่างที่กล่าวถึง สึนามิ ที่มีอำนาจทำลายสูงนี้  ซึ่งเรียงตามลำดับการจากบันทึกที่เก่าแก่ที่สุด  สึนามิเมื่อ 6,100ปี ก่อนคริสต์ศักราช เกิดเป็นคลื่นใต้น้ำที่เกิดขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ อันเป็นผลจากการเลื่อนตัวของชั้นหิน ซึ่งทำให้เกิดแผ่นดินไหวใต้น้ำจนกลายเป็นสึนามิ เกาะซานโตรินี่ ในปี1650 ก่อนคริสต์ศักราช เป็นผลมาจากภูเขาไฟระเบิดใต้น้ำทำให้เกิดคลื่นสึนามิ ในปี ค.ศ.1755 เกิดคลื่นใต้น้ำที่เมืองลิสบอน ประเทศโปรตุเกส เนื่องจากแผ่นดินไหว  ในปี ค.ศ.1883 เกิดภูเขาไฟระเบิดครั้งใหญ่บนเกาะกรากะตัว ในประเทศอินโดนีเซีย  ทำให้เกิดโพรงขนาดใหญ่ใต้ดินของเกาะทำให้ดินใต้ท้องทะเลยุบตัวจนเกิดเป็นคลื่นสึนามิขนาดใหญ่ขึ้น   สึนามิแปซิฟิก เกิดใน ค.ศ.1946 เนื่องจากแผ่นดินไหวในหมู่เกาะอาลิวเชียน ในปี ค.ศ.1960 เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ชิลี เกิดขึ้นที่บริเวณชายฝั่งตอนกลางทางใต้ของประเทศชิลี ในปีค.ศ.2004 เกิดสึนามิที่มหาสมุทรอินเดียจากแผ่นดินไหวทำให้หลายประเทศที่มีชายฝั่งติดกับมหาสมุทรอินเดียต้องรับผลไปด้วยรวมทั้งไทยก็ได้รับความเสียหายจากสึนามิครั้งนี้ด้วย